การฝังเข็มรักษากลุ่มอาการโพรงเอ็นข้อมือ

กลุ่มอาการโพรงเอ็นข้อมือคืออะไร

    สาเหตุของอาการปวดและชามือที่พบได้บ่อยๆนั้นมักเกิดจากโรคที่เรียกว่า “กลุ่มอาการโพรงเอ็นข้อมือ” หรือที่เรียกว่า  carpal tunnel syndrome 

    ข้อมือของคนเราประกอบด้วยกระดูกข้อมือหลายชิ้นมาเรียงติดต่อกัน มีลักษณะเป็นโพรงหรืออุโมงค์สำหรับให้เส้นเอ็น,หลอด เลือดและเส้นประสาททอดลอดผ่านไปยังฝ่ามือและนิ้วมือ ซึ่งเรียกว่า carpal  tunnel ถ้าหากโพรงเอ็นข้อมือนี้เกิดตีบแคบลงจาก สาเหตุต่างๆเช่น เยื่อหุ้มเอ็น,เยื่อหุ้มข้อบริเวณนี้หนาตัวหรือมีพังผืดเกิดขึ้นจากการอักเสบหรือมีการบวมน้ำคั่งอยู่ภายในโพรงเอ็นข้อมือ หลอดเลือดและเส้นประสาทที่ทอดอยู่ในโพรงจะถูกกด ทำให้การไหลเวียนของเลือดและการวิ่งของสัญญาณประสาทไม่สะดวก จึงเกิด อาการปวดและชามือขึ้นมาได้ โรคนี้มักเกิดจากการทำงานที่มีการเคลื่อนไหวข้อมือมากเกินไป เช่นคนที่เป็นแม่บ้าน,พนักงานพิมพ์ดีด หรือพนักงานคอมพิวเตอร์ ทำให้เอ็นข้อมือเกิดการอักเสบเรื้อรัง   นอกจากนี้ยังพบในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน,สตรีตั้งครรภ์ เพราะมี ความผันผวนของฮอร์โมน ทำให้มีน้ำคั่งบวมในโพรงเอ็นข้อมือ

อาการและอาการแสดง

    ผู้ป่วยจะมีอาการปวดและชาฝ่ามือเป็นสำคัญโดย เฉพาะบริเวณนิ้วหัวแม่มือ,นิ้วชี้และนิ้วกลาง ซึ่งเป็นบริเวณ ที่มีเส้นประสาทมีเดียน (median nerve ) มารับความรู้สึก ผู้ป่วยอาจรู้สึกปวดร้าวขึ้นมาที่แขนหรือข้อศอกอาการปวด และชามักเป็นมากในเวลากลางคืนตอนดึก เวลาหิ้วของ หนักนานๆก็จะปวดชามากขึ้น จนกระทั่งต้องปล่อยของ หลุดจากมือไปเลย ในรายที่เป็นเรื้อรัง เส้นประสาทถูกกด รัดมานาน กล้ามเนื้อบริเวณฝ่ามือที่เลี้ยงด้วยเส้นประสาท มีเดียนอาจจะลีบลงไป ไม่มีแรงหยิบจับของ

การรักษา

    ในการรักษาตามการแพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์มักจะเริ่มต้นรักษาโดยให้ยาจำพวกแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ( non-steroidal antiinflammatory drugs) รับประทานร่วมกับยาแก้ปวด หากไม่ทุเลาอาจใช้ยาสเตียรอยด์ฉีดเข้าที่เอ็นข้อมือเพื่อ ลดอาการอักเสบภายในโพรงเอ็นข้อมือ  และถ้ายังไม่ได้ผลก็ต้องผ่าตัด เพื่อกรีดตัดแผ่นเอ็นโพรงเอ็นข้อมือ ขยายโพรงเอ็นข้อมือให้ กว้างขึ้น คลายการกดรัดหลอดเลือดและเส้นประสาท อย่างไรก็ตาม หลังการผ่าตัดผู้ป่วยจะต้องพักการใช้งานมือข้างนั้นไปชั่วระยะ หนึ่งประมาณ 2 สัปดาห์ เป็นอย่างน้อย โดยจะมีแผลเป็นอยู่ที่บริเวณข้อมือ และผู้ป่วยส่วนหนึ่งอาจมีอาการกำเริบขึ้นมาอีกก็ได้

    หากผู้ป่วยไม่ต้องการผ่าตัดหรือหลังผ่าตัดไปแล้วยังมีอาการปวดชาอยู่หรือกำเริบขึ้นมาใหม่ การฝังเข็มถือเป็นทางเลือกอย่าง หนึ่งในการรักษา 

การฝังเข็มรักษาโรคนี้ได้อย่างไร

    ในการฝังเข็มแพทย์จะใช้เข็มเล็กๆปักบริเวณข้อมือ จากนั้นทำการกระตุ้น เพื่อลดอาการอักเสบและการบวมของเนื้อเยื่อต่างๆใน โพรงเอ็นข้อมือ  ทำให้หลอดเลือดบริเวณนั้นมีการหดขยายตัว ทำให้ การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น จึงเป็นการช่วยลดแรงดันภายใน โพรงเอ็นข้อมือที่มีต่อหลอดเลือดและเส้นประสาท

        นอกจากนี้แล้วการฝังเข็มยังสามารถช่วยกระตุ้นเส้นประสาทให้ทำงานส่งสัญญาณประสาทดีขึ้น และในกรณีที่ มีกล้ามเนื้อฝ่ามือ ลีบ การฝังเข็มยังสามารถกระตุ้นกล้ามเนื้อให้ฟื้นตัวขึ้นมาได้อีกด้วย โดยทั่วไปแล้วจะกระตุ้นประมาณสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งติดต่อกัน ประมาณ 5-10 ครั้ง เช่นนี้ก็สามารถรักษาอาการปวดชาให้ทุเลาหรือกระทั่งหายไปได้

    อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญอย่างยิ่งคือ การแก้ไขสาเหตุของโรค นั่นคือ ผู้ป่วยจะต้องปรับพฤติกรรมการทำงาน ของตนเอง  โดย พยายามคิดค้นวิธีการทำงานที่จะลดภาระงานที่บริเวณข้อมือของตนเองให้มากที่สุด หลีกเลี่ยงการทำงานในท่ากระดกข้อมือเป็นเวลา นานๆ มีการหยุดพักการใช้งานข้อมือเป็นระยะๆ มีการนวดบริเวณข้อมือ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือด เป็นต้น เช่นนี้จึงจะเป็นการ ปัญหาในระยะยาวได้อย่างแท้จริง  

 

กลับไปบทความน่ารู้
-->