การฝังเข็มรักษาโรคอัมพาตใบหน้า

โรคอัมพาตใบหน้าคืออะไร

    โรคอัมพาตใบหน้าคือโรคที่กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรง มักเกิดครึ่งซีก ส่วนกล้ามเนื้อใบหน้าอีกข้างหนึ่งยังมีแรงหดตัวตามปกติ  ดังนั้นเมื่ออ้าปาก,ยิ้มหรือยิงฟัน มุมปากจะถูกดึงให้เลื่อนออกไปไม่เท่ากัน ทำให้เห็น “ปากเบี้ยว” เกิดขึ้น ชาวบ้านจึงมักเรียกว่า "โรคปากเบี้ยว" การอ่อนแรงของกล้ามเนื้อใบหน้าที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากความผิดปกติของเส้นประสาทใบหน้าหรือเส้นประสาทสมอง คู่ที่ 7 ซึ่งเป็นเส้นประสาทที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อใบหน้า 

    ประมาณ 30 % ของผู้ป่วยอัมพาตใบหน้าจะมีสาเหตุที่ชัดเจนเช่น ได้รับบาดเจ็บหรือผ่าตัดบริเวณใบหน้า,ติดเชื้อไวรัสงูสวัด, อัมพาตครี่งซีกจากโรคหลอดเลือดสมอง,เนื้องอกมะเร็ง เป็นต้น แต่ส่วนใหญ่ประมาณ 60-70% แล้ว มักจะหาสาเหตุไม่ได้แน่ชัด โรคอัมพาตใบหน้าแบบที่ไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดนี้ เรียกว่า อัมพาตใบหน้าแบบเบลล์ ( Bell palsy ) ผู้ป่วยจะมีแต่อาการของอัมพาต ใบหน้าเท่านั้น

 อาการและอาการแสดง 

    ผู้ป่วยมักจะเริ่มมีอาการปรากฏในตอนเช้า หลังจากตื่นนอน ก็จะสังเกตว่า หลับตาข้างที่อัมพาต ได้ไม่สนิท ล้างหน้าแล้วน้ำเข้าตา ยักคิ้วข้างนั้นไม่ขึ้น เวลายิงฟันจะเห็นปากเบี้ยวไปด้านตรงกันข้าม เวลาดื่มน้ำมีน้ำรั่วออกมาที่มุมปาก เมื่อรับประทานอาหารจะมีเศษอาหารค้างในซอกแก้ม บางคนอาจ มีอาการหูอื้อ มีเสียงดังในหู ทานอาหารไม่มีรสชาติร่วมด้วย

    การรักษาตามแผนปัจจุบัน ได้แก่ การให้ยาสเตียรอยด์,ยาต้านไวรัส,วิตามินบำรุงเส้นประสาท ร่วมกับการทำกายภาพบำบัดฟื้นฟู   

 ในรายที่มีอาการไม่รุนแรงซึ่งกล้ามเนื้อใบหน้ายังพอขยับได้บ้างนั้น  94%ของผู้ป่วยโรคนี้ สามารถทุเลาหายได้เป็นปกติภายในเวลา 6 เดือน แต่ในรายที่มีอาการรุนแรงที่กล้ามเนื้อใบหน้าแทบ ขยับไม่ได้เลยนั้น โอกาสที่จะหายเป็นปกติจะลดลงเหลือประมาณ 61 % เท่านั้นปกติ ผู้ป่วยที่เหลือ ประมาณ 30% ยังคงมีความผิดปกติของใบหน้าเหลืออยู่ โดยเฉพาะ "ปากเบี้ยว" "หน้ากระตุก" ทำให้ สูญเสียบุคลิกภาพ กระทั่งไม่สามารถทำงานในอาชีพที่ต้องพบปะพูดคุยกับผู้คนเป็นประจำได้

 

การรักษาด้วยการฝังเข็ม

    การฝังเข็มเป็นวิธีการรักษาอย่างหนึ่งที่สามารถกระตุ้นการฟื้นตัวเส้นประสาทและกล้ามเนื้อที่เสียหายได้ จึงสามารถนำเอามา รักษาภาวะอัมพาตของกล้ามเนื้อใบหน้าได้เช่นกัน  โรคอัมพาตใบหน้าถือเป็นโรคหนึ่งที่องค์การอนามัยโลกได้รับรองว่าสามารถใช้ การฝังเข็มรักษาได้

      หลี่หยิงและคณะได้ทำการศึกษาในผู้ป่วย Bell’s palsy จำนวน 439 ราย  พบว่า กลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับการฝังเข็มและรมยา จะมีผล การรักษาดีกว่ากลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยเพรดนิโซโลน,วิตามิน บี1 ,บี 12 และ dibazole    โดยมีอัตราการหายเป็นปกติ เท่ากับ 41 %    และ 28  %  ตามลำดับ

    ในการรักษา แพทย์จะใช้เข็มเล็กๆปักตามจุดบริเวณใบหน้าและแขนขา เพื่อกระตุ้นระบบ ประสาทและกล้ามเนื้อ โดยทั่วไปจะทำวันละ 1 ครั้ง แต่ละครั้งใช้เวลานานประมาณ 30 นาที กระตุ้น 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์รวมทั้งหมดประมาณ 10 ครั้ง โดยใช้เวลารักษาประมาณ 2-3 เดือน ก็มักจะหายเป็นปกติได้ อย่างไรก็ตามผลการรักษาอาจแตกต่างไปในผู้ป่วยแต่ละรายที่มีความ รุนแรงและระยะเวลาป่วยก่อนการรักษาที่ยาวนานต่างกัน     สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องรีบทำการรักษาโดยเร็วที่สุดจึงจะได้ผลดี    จากการศึกษาการฝังเข็ม รักษาอัมพาตใบหน้าแบบเบลล์ชนิดรุนแรงของศุนย์ฝังเข็มรพ.ยันฮี พบ่วา ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษา ภายใน 10 วันแรก มีการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อใบหน้าได้เร็วขึ้นโดยมีอัตราการหายเป็นปกติภาย ในเวลา 2 เดือนประมาณ 62%

    การฝังเข็มไม่เพียงแต่สามารถรักษาอัมพาตของใบหน้าแบบเบลล์ ( Bell's palsy)ได้เท่านั้น อัมพาตใบหน้าที่มีสาเหตุจากโรคอื่น เช่น อัมพาตครึ่งซีกจากโรคหลอดเลือดสมอง ,โรคติดเชื้อไวรัสงูสวัด,เส้นประสาทใบหน้าบาดเจ็บเสียหายจากอุบัติเหตุการผ่าตัด  ฯลฯ ก็สามารถรักษาได้เช่นกัน ซึ่งผลการรักษาย่อมแตกต่างไปบ้าง 

กลับไปบทความน่ารู้
-->